Email this to someoneShare on Google+Print this pageTweet about this on TwitterShare on FacebookPin on Pinterest

ทำความเข้าใจวงจรไข่ตก เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์

mother and a daugther ไข่ตก เกิดขึ้นเมื่อไข่ที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้วหลุดออกมาจากถุงไข่และถูกดันเขัาไปในท่อนำไข่ ซึ่ง ณ ที่แห่งนี้เอง ที่ไข่จะรอให้ตัวอสุจิเดินทางมาหาเพื่อให้มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ด้านในของโพรงมดลูกจะมีการเตรียมตัวให้มีผนั้งหนาขึ้นเพื่อพร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน หากไม่มีการปฏิสนธิเยื่อบุโพรงมดลูกจะสลายลอกตัวหลุดออกมาพร้อมกับเลือด การสลายตัวของผนังมดลูก ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้หญิงมีประจำเดือน

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการตกไข่

  • ไข่จะมีอายุเพียง 12-24 ชัวโมงเท่านั้นหลังหลุดออกมาจากถุงไข่
  • โดยปกติ จะมีไข่เพียงใบเดียวที่มีการเจริญเติมโตเต็มที่และหลุดออกมาจากถุงไข่
  • ความเครียด การเจ็บป่วย และการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันอย่งผลุนผลันอาจส่งผลต่อการตกไข่ได้
  • ผู้หญิงบางคนอาจพบมีเลือดอกมาเล็กน้อยในช่วงไข่ตก
  • การฝังตัวของตัวอ่อนจะเกิดขึ้นหลังไข่ตกประมาณ 6-12 วัน
  • ผู้หญิงทุกคนเกิดมาพร้อมกับไข่หลายล้านใบ ซึ่งในแต่ละรอบเดือนจะมีเพียงใบเดียวที่นั้นที่มีการเจริญเติบโตเต็มที่
  • ประจำเดือนสามารถเกิดขึ้นได้ถึงแม้ว่าจะไม่มีไข่ตก
  • ไข่ตกสามารถเกิดขึ้นได้ถึงแม้ว่าจะไม่มีประจำเดือน
  • ผู้หญิงบางคนรู้สึกเจ็บแปลบที่บริเวณใกล้กับถุงไข่ในช่วงไข่กำลังหลุดออกมา อาการนี้เรียกว่า  mittelschmerz ซึ่งหมายความว่า ‘อาการเจ็บปวดในช่วงกลาง’ ในภาษาเยอรมัน
  • หากไข่ไม่ได้รับการผสม ไข่จะสลายตัวไปและจะซืมแข้าไปในโพรงมดลูก

การหาวันตกไข่

การนับรอบเดือนให้นับจากวันแรกของการมีประจำเดือนไปจนถึงวันแรกของการมีประจำเดือนรอบถัดไป  โดยเฉลี่ยแล้วระยะรอบเดือนของผู้หญิงจะอยู่ระหว่าง 28-32 วัน แต่ผู้หญิงบางคนอาจมีระยะรอบเดือนสั้นหรือยาวกว่านี้ได้

การคำนวณหาวันตกไข่ สามารถทำได้โดย เริ่มจากการนับวันโดยให้วันที่ประจำเดือนมาวันแรกเป็นวันที่ 1 หรือนับถอยหลังจากวันที่คาดว่าประจำเดือนรอบต่อไปจะมา 12-16 วัน  ผู้หญิงส่วนมากโดยเฉลี่ยจะมีใข่ตกในช่วงวันที่ 11 ถึงวันที่ 21 ของรอบเดือน ช่วงนี้เองที่ผู้หญิงอยู่ในช่วงภาวะเจริญพันธุ์ ซึ่งหมายความว่าการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้มีโอกาสตั้งครรภ์มากที่สุด การตกไข่สามารถเกิดที่ช่วงเวลาใดก็ได้ของวัน และสามารถเกิดขึ้นต่างวันกันไปในแต่ละรอบเดือน คนที่มีประจำเดือนไม่สม่ำเสมอมักจะมีปัญหาเรื่องกะระยะวันตกไข่ ปัจจุบันมีชุดทดสอบการตกไข่ที่มีความแม่นยำสูงและสามารถทำการตรวจได้เองที่บ้านไม่ยุ่งยากโดยการตรวจกับปัสสาวะเพื่อตรวจจับระดับฮอร์โมนกระตุ้นไข่ตก (Luteinizing Hormone, LH)

วงจรของการเปลี่ยนแปลงของรังไข่มี 2 ช่วง

ช่วงแรกคือช่วงก่อนไข่ตก (follicular phase) ช่วงนี้จะเริ่มตั้งแต่วันแรกของการมีรอบเดือนไปจนถึงวันตกไข่ ช่วงครึ่งแรกของวงจรการตกไข่นี้ในผู้หญิงแต่ละคนจะความแตกต่างกันได้มาก ซึ่งอาจกินเวลา 7 วันถึง 40 วัน ช่วงที่สองคือช่วงที่เรียกว่าช่วงหลังไข่ตก (luteal phase) ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันตกไข่ไปจนถึงวันที่ประจำเดือนรอบต่อไปมา

ช่วง luteal phase จะมีความคลาดเคลื่อนน้อยกว่า follicular phase โดยจะกินเวลาประมาณ 12-16 วันนับจากวันไข่ตก ซึ่งหมายความว่า วันที่มีไข่ตกลงมาจะเป็นตัวกำหนดความยาวรอบเดือนของแต่ละคน และยังหมายความอีกด้วยว่า ปัจจัยภายนอกอย่างเช่นความเครียด อาการเจ็บป่วย และการเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันจะไปรบกวนการตกไข่ ซึ่งเป็นตัวที่กำหนดว่าประจำเดือนจะมาเมื่อไหร่ ฉะนั้น ที่บอกกันว่าความเครียดทำให้ประจำเดือนผิดปกตินั้นจริงเพียงครึ่งเดียว เพราะความเครียดจะส่งผลต่อการตกไข่ ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าประจำเดือนจะมาเมื่อไหร่ แต่ความเครียดที่มีใจช่วงหลังตกไข่จะไม่มีผลต่อประจำเดือน เพราะพอไข่ตกแล้วประจำเดือนก็จะมาในอีก 12-16 วันถัดไป

ในช่วงใกล้วันไข่ตก มูกที่หลั่งออกมาจากช่องคลอดจะมีลักษณะเปลี่ยนไป จะเป็นมูกที่เหลวขึ้น ใสขึ้น มีลักษณะเหมือนไข่ขาวดิบ ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงไข่ตกเท่านั้น มูกนี้มีคุณสมบัติพิเศษและมีความสำคัญต่อการอยู่รอดของอสุจิ หากไม่มีมูกไข่ตก คุณอาจใช้เจลหล่อลื่นที่มีการคิดค้นเพื่อจำลองลักษณะของมูกไข่ตก เพื่อช่วยปรับสภาพความเป็นกรดในช่องคลอดช่วยให้อสุจิมีชีวิตอยู่รอดได้ดีขึ้น

การวัดอุณหภูมิร่างกายจะช่วยบอกให้ทราบวันไข่ตกได้ โดยร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นหลังไข่ตก การหาวันไข่ตกจะช่วยให้ผู้หญิงมีความเข้าใจมากขึ้น ว่าช่วงวันไหนในแต่ละเดือนที่เราสามารถตั้งครรภ์ได้ หลังจากเลยวันไข่ตกแล้ว ไม่มีวิธีใดที่จะสามารถเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้ ลองคำนวณหาวันไข่ตกเพื่อที่คุณจะได้มีไอเดียสำหรับการเตรียมพร้อมตั้งครรภ์ได้ดียิ่งขึ้น

จากช่วงมีประจำเดือนจนถึงวันไข่ตก ข้อมูลที่คุณอาจไม่เคยทราบ

ในช่วงที่ประจำเดือนมาระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายจะต่ำที่สุด สมองส่วนไฮโปทาลามัส (hypothalamus: สมองส่วนที่เป็นตัวควบคุมระดับฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย) จะส่งสัญญานไปยังต่อมพิทูอืทารี (pituitary gland) ให้ปล่อยฮอร์โมนกระตุ้นรังไข่ (follicle stimulating hormone, FSH) ฮอร์โมนตัวนี้จะไปกระตุ้นให้ฟองไข่จำนวนหนึ่งให้มีการเจริญพัฒนา แต่จะมีไข่เพียงใบเดียวเท่านั้นมี่ถูกเลือกและมีการพัฒนาจนสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งต่อมา ไข่ใบนั้นจะถูกปล่อยออกมาจากถุงไข่ในขณะที่ฟองไข่อื่นๆ สลายตัวไป ในขณะที่ฟองไข่กำลังเจริญพัฒนาขึ้นมาอยู่นั้นจะมีการหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) ออกมา เมื่อระดับเอสโตรเจนเพิ่มสูงขึ้น ไฮโปทาลามัสกับต่อมพิทูอิทารีจะรับรู้ได้ว่าในขณะนั้นมีไข่ที่เจริญพัฒนามาจนสมบูรณ์แล้ว แล้วจึงปล่อยฮอร์โมนกระตุ้นการตกไข่ (luteinizing hormone, LH) ออกมา  ในช่วงนี้เองที่จะมี LH เพื่มขึ้นอย่างพลุ่งพล่านหลายร้อยเท่า (LH surge) และส่งผลให้รังไข่แตก ไข่จะหลุดออกมาภายใน 24-36 ชั่วโมง และจะถูกผลักเข้าไปในท่อนำไข่เพื่อรอการปฏิสนธิ ฟองไข่หลังจากไข่หลุดออกไปแล้วจะเรียกว่าคอร์ปัสลูเทียม (corpus luteum) ซึงจะเป็นตัวปล่อยโปรเจสเทอโรน (progesterone) ที่เป็นตัวกระตุ้นให้โพรงมดลูกมีการฟอร์มตัวให้หนาขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำกรับการฝังตัวของตัวอ่อน คอร์ปัสลูเทียมจะปล่อยโปรเจสเทอโรนอยู่ 12-16 วัน (นี่คือระยะหลังไข่ตกของวงจรรอบเดือน, luteul phase) หากไข่ได้รับการผสม คอร์ปัสลูเทียมจะยังคงผลิกโปรเจสเทอโรนต่อไปจนกว่ารกจะเจริญ และขึ้นมาทำหน้าที่ผลิตโปรเจสเทอโรนแทนในภายหลัง  หลังจากไข่ได้รับการปฏิสนธิเพียงหนึ่งสัปดาห์คุณอาจเริ่มมีอาการเริ่มแรกของการตั้งครรภ์ หากไม่ได้รับการผสมไข่จะสลายตัวไปภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งระดับฮอร์โมนจะลดลงและผนังโพรงมดลูกที่ฟอร์มตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้จะสลายตัวไปหลังจากไข่ตก 12-16 วัน ช่วงนี้คือช่วงที่ประจำเดือนมาซึ่งก็คือวันแรกของวงจรการมีรอบเดือนของคุณ และกระบวนการทั้งหมดก็จะเริ่มใหม่อีกครั้ง 

ช่วงที่มีการตกไข่ คือสิ่งมีความสำคัญมากที่สุด ที่ผู้หญิงควรจะมีความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในร่างกาย เพราะมันเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะมีโอกาสตั้งครรภ์หรือไม่ ในช่วงระยะต่างๆ ของรอบเดือน กระบวนการต่างๆ ที่กล่าวมานี้อาจจะฟังดูยุ่งยากและทำให้สับสนได้ในช่วงแรกๆ และคุณอาจมีคำถามหลายๆ อย่างเกี่ยวกับการตกไข่ที่อยากจะทราบ  การที่เราทราบและเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับร่างกายจะสามารถช่วยให้คุณรู้สึกเป็นเข้าใจสภาวะสุขภาพของตนเองมากขึ้น และยังช่วยให้คุณสามารถกะเดาช่วงไข่ตกของตัวเองได้อย่างแม่นยำมากขึ้นได้ด้วย

เรียบเรียงโดย Maveta -ข้อมูลจาก americanpregnancy.org

หัวข้ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

คำนวณหาวันตกไข่

อาการของร่างกายเมื่อมีการตกไข่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตกไข่