ภาวะมีบุตรยาก

"ภาวะมีบุตรยาก" เป็นคำที่ใช้เรียกคู่สมรสที่ไม่สามารถมีบุตรได้หรือมีบุตรได้ยาก สำหรับในประเทศไทยยังไม่มีการเก็บสถิติตัวเลขที่แน่นอน แต่ในประเทศสหรัฐเมริกา เป็นที่คาดกันว่ากว่าชาวเอมริกันประมาณ 7 ล้าน (หรือ 1 ใน 8 คู่สมรสในวัยเจริญพันธ์) ประสบกับปัญหาภาวะมีบุตรยาก แต่เมื่อพูดถึงภาวะผู้มีบุตรยาก คำนี้มีหมายความว่าอย่างไรกันแน่?

โดยทั่วไป ภาวะมีบุตรยากหมายถึงการที่คู่สมรสไม่เกิดการตั้งครรภ์หลังจากได้ปล่อยให้มีลูกเป็นเวลาหนึ่งปีโดยมีเพศสัมพันธ์กันตามปกติโดยไม่ได้ป้องกัน โดยส่วนใหญ่เมื่อมีลูกยากก็มักจะคิดว่าภาวะมีบุตรยากเป็น "ปัญหาของผู้หญิง" ในความเป็นจริง ปัญหาการมีลูกยากมีสาเหตุมาจากฝ่ายชายและหญิงเท่าๆ กัน คาดกันว่าปัญหาภาวะมีบุตรยากมีสาเหตุมาจากฝ่ายหญิง 35%  เป็นปัญหาจากฝ่ายชาย 35% และสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่สามารถบ่งชี้ได้อย่างชัดเจนหรือป็นผลมาจากปัญหาของทั้งชายและหญิงอีก 30%

สาเหตุและอาการต่างๆ ทางร่างกาย ที่เป็นปัจจัยและสาเหตุภาวะผู้มีบุตรยาก

ปัญหาจากฝ่ายชาย: 

อาการต่างๆ อย่างเช่นการมีตัวอสุจิต่ำ ตัวอสุจิมีการเคลื่อนไหวปกติ มีปัญหาทางโครงสร้างหรือมีปัญหาอุดตันของระบบสืบพันธุ์ และการมีภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ

ปัญหาจากฝ่ายหญิง: เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis):

การที่พบว่าเยื่อบุโพรงมดลูกที่พบอยู่นอกโพรงมดลูก เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในสตรีวัยเจริญพันธุ์ อาการที่พบได้บ่อยได้แก่ อาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง ปวดประจำเดือน ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ (dyspareunia) มีเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก แต่ในสตรีบางรายที่มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่อาจไม่พบอาการใดๆ เลยก็ได้

การแท้งครรภ์:

หากคุณเคยมีปัญหาแท้งครรภ์มาก่อนมากกว่า 2 ครั้งคุณควรพบแพทย์ทาด้านการมีบุตรเพื่อหาสาเหตุให้แน่ชัด

กลุ่มอาการ PCOS (Polycystic Ovarian Syndrome):

เป็นความผิดปกติของฮอร์โมนในสตรีเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก อาการของ PCOS ได้แก่การมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ พบมีขนขึ้นตามใบหน้า มีปัญหาผิวหนัง (เช่นมีสิวขึ้นเยอะ) และมีการตกไข่ผิดปกติหรือไม่มีไข่ตก

ภาวะช่วงหลังตกไข่บกพร่อง (โพรเจสเทอโรนต่ำ, Luteal Phase Defect):

เกิดปัญหาเยื่อบุโพรงมดลูกไม่สามารถรองรับการตั้งครรภ์ได้เพราะไม่สามารถเตรียมตัวได้อย่างสมบูรณ์ มีสาเหตุมาจากการมีการผลิตฮอรโมนโพรเจสเทอโรนน้อย หรือผนังโพรงมดลูกไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้นจากโพรเจสเทอโรน

มดลูกผิดปกติ: 

ปัญหาจากมดลูกรวมถึงการมีมดลูกพิการแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นในภายหลัง (เช่น เป็นผลมาจากการผ่าตัดหรือการติดเชื้อ) สามารถส่งผลกระทบทางลบต่อความสามารถของผู้หญิงในการตั้งครรภ์ได้

เมื่อไหร่จึงควรไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาวะมีบุตรยาก? 

จากคำแนะนำของสมาคมแพทย์สำหรับการมีบุตร (ASRM) ผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 35 ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาวะมีบุตรยากหลังจากได้พยายามมีลูกมาหนึ่งปีโดยมีเพศสัมพันธ์ตามปกติและไม่ได้ป้องกัน ผู้หญิงอายุเลย 35 ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญถ้าไม่ได้ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ภายใน 6 เดือนของการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ได้ป้องกันปกติ สตรีอายุเลย 30 ที่มีปัญหาปวดประจำเดือน เคยแท้งครรภ์ มีประจำเดือนไม่ปกติหรือมีปัญหากระดูกเชิงกรานอักเสบหรือผู้ที่มีคู่สมรสที่ทราบว่ามีปัญหาด้านระบบสืบพันธุ์ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการมีบุตรหากตัดสินใจจะมีลูก


โดย Maveta