Email this to someoneShare on Google+Print this pageTweet about this on TwitterShare on FacebookPin on Pinterest

จากหน้าเวปและฟอรั่มหลายๆ แห่งที่มีการพูดคุยเรื่องการมีลูก คุณอาจจะเห็นว่า clomid (โคลมิด) คือยาที่มีคนพูดถึงมากที่สุด เพราะ clomid เป็นยาที่แพทย์มักจะสั่งจ่ายให้กับผู้หญิงที่อยู่ในข่ายมีบุตรยากหรือมีปัญหาด้านการมีบุตร (subfertility: การที่พยายามมีลูกมาแล้ว 12 เดือนแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ) Clomid จะถูกใช้เพื่อเหนี่ยวนำให้มีการตกไข่ และมักจะสั่งจ่ายให้กับผู้ที่มีอาการ PCOS และผู้หญิงที่ไม่มีไข่ตกด้วย (anovulation: ไม่มีไข่ตก หรือไข่ไม่สามารถหลุดออกมาจากถุงไข่ได้) ถึงแม้ว่า clomid จะเป็นยาที่ใช้กันมากที่สุดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายานี้จะเหมาะกับทุกคน การทาน clomid จะต้องเป็นผู้หญิงที่มีความผิดปกติหรือแสดงอาการผิดปกติตามการวินิจฉัยของแพทย์เท่านั้น

ยารักษาภาวะมีบุตรยาก

ยา clomid ทำงานโดยจะไปเหนี่ยวนำให้มีการผลิตฮอร์โมนบางชนิดจากสมอง ซึ่งฮอร์โมนที่ผลิตออกมานี้ก็จะไปส่งผลให้มีการผลิตฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตกไข่อีกทอดหนึ่ง เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ด้านล่างนี้คือบทสรุปขั้นตอนการตอบสนองของร่างกายเมื่อได้รับ clomid 

  • หมอจะสั่งยา clomid และให้ทานในช่วงแรกๆ ของวงจรรอบเดือน (วันที่ 1-5 ของการมีประจำเดือน)
  • เมื่อเข้าสู่ร่างกาย clomid ทำการส่งสัญญาณหลอก ทำให้สมองคิดว่าร่างกายมีเอสโตรเจนต่ำ
  • เป็นผลให้สมองปล่อย GnRH (Gonadotropin Releasing Hormone) ออกมา 
  • มีผลเหนี่ยวนำให้ต่อมพิทูอิทารี่ (pituitary) ในสมองผลิต FSH (follicle stimulating hormone) และ LH (luteinizing hormone) ออกมา
  • FSH กระตุ้นให้ไข่มีการเจริญพัฒนาจนเป็นไข่ที่สมบูรณ์  LH คือฮอร์โมนที่เหนี่ยวนำให้ไข่หลุดออกมาจากถุงไข่ (ไข่ตก)
  • การตกไข่คือการที่ไข่หลุดออกมาจากถุงไข่  Clomid จึงเป็นตัว “เหนี่ยวนำ” ให้เกิดการตกไข่

ด้วยเหตุที่ clomid เหนี่ยวนำให้มีการผลิต LH ถ้าคุณเริ่มทำการทดสอบการตกไข่ (ซึ่งตรวจหา LH ในปัสสาวะ) เร็วเกินไปคุณอาจได้ผลเป็น false positive (ได้ผลบวกลวง) ดังนั้น คุณจึงควรทำการทดสอบเมื่อถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น ให้อ่านคู่มือการใช้งานให้ละเอียดก่อนเริ่มทำการทดสอบ

ยารักษาภาวะมีบุตรยากตัวอื่นๆ

ยาจะถูกแบ่งเป็นสองประเภท ชนิดกินและชนิดฉีด Clomid เป็นยาชนิดรับประทานจึงทำให้ยาชนิดนี้เป็นที่นิยมเพราะใช้ง่าย ยาประเภทฉีดจะเป็น gonadotropins (PergonalR, HumegonR, RepronexR, FollistimR, Gonal-FR) ซึ่งเป็นยาที่เหนี่ยวนำให้ฟองไข่จำนวนหนึ่งมีการเจริญพัฒนาขึ้นมา Follistim เป็นยาที่กระตุ้นให้ไข่เจริญจนสมบูรณ์ Metaformim เป็นยาสำหรับรักษาโรค​ PCOS (polycystic ovarian syndrome) และ/หรือภาวะไม่มีไข่ตก (anovulation)  โรค PCOS เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก ผู้หญิงที่เป็น PCOS จะมีประจำเดือนไม่ปกติและมีปัญหาไข่ตกบ้างไม่ตกบ้าง ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งของยาที่ใช้รักษาภาวะผู้มีบุตรยากที่ใช้กันค่อนข้างมากเท่านั้น


 

โดย Dr. Nood

image webmd.com